คนที่เป็น system administrator หรือผู้ดูแลระบบคอมพิวเตอร์ หรือที่เรียกย่อๆ ว่า sysadmin มักจะเจอคำถาม ที่ไม่รู้จะตอบยังไง จากผู้ใช้ หรือยูสเซอร์ อยู่บ่อยๆ ตัวอย่างเช่น
"เมื่อวานตอนสายๆ เครื่อง server ช้าจัง เครื่องเป็นอะไร"
หรือ
"เมื่อวานตอนเช้าๆ อินเตอร์เนทช้ามากเลย ไปเวปไหนก็ช้า เป็นอะไรเหรอ"
เจอแบบนี้ก็อึ้งเหมือนกันครับ เพราะเป็นคำถามถึงระบบ IT ทีมีปัญหาในอดีด ใครจะไปรู้จริงไหมครับ "บริษัทไม่ได้จ้างมานั่งเฝ้าเครื่อง server ทั้งวันนี้หว่า" sysadmin บางคนอาจนึกแย้งในใจ คำถามเหล่านี้ ถ้าไม่มียูสเซอร์คนอื่น เคยมาแจ้งในขณะที่มีระบบปัญหาทันที รับรองไม่มีใครรู้หรอกครับ ว่าเกิดจากอะไร บางที่เห็นจะๆ คาตา แต่พอจะไล่ดูว่าเกิดจากอะไร ปัญหาก็อันตรทานหายไปแล้ว เจอแบบนี้ sysadmin คงต้องใช้ฝีปากบวกความสามารถส่วนตัว หาทางเอาตัวรอดกันไป
แล้วชาวบ้านผู้เจริญแล้ว เค้าทำกันยังไง คำตอบก็คือ เค้ามีเครื่องมือในการช่วยดูแลระบบครับ เรียกโปรแกรมพวกนี้ว่า System & Network Monitoring ครับ (ขอเรียกย่อๆว่า SNM) โปรแกรมพวกนี้ จะช่วยดูแลเครื่อง server รวมไปถึงอุปกรณ์หลายๆ อย่างเช่น Router, Ethernet Switch, Firewall ในองค์กรให้กับเรา ขณะเดียวกัน มันจะช่วยเก็บข้อมูลที่สามารถเอามาช่วยวิเคราห์ปัญหาย้อนหลังให้เราด้วย เช่น การใช้งาน CPU, Memory, Disk, Network Interface หรืออะไรก็แล้วแต่ที่คุณสนใจในระบบที่คุณต้องการเฝ้าดู โปรแกรมส่วนใหญ่ จะสามารถแสดงข้อมูลเป็นกราฟระหว่างปริมาณกับเวลาให้
ผลพลอยได้จากการเก็บข้อมูลพวกนี้ไว้ ก็คือ sysadmin ธรรมดา จะยกระดับกลายเป็น fortune teller sysadmin สามารถหยั่งรู้ฟ้าดิน เอ้ย...ไม่ใช่ครับ สามารถทำนายแนวโน้มการใช้งานทรัพยากรของระบบ IT ในหน่วยงานได้ ยกตัวอย่างเช่น เวลาเจ้านายให้ช่วยทำงบ ว่าจะต้องเพิ่ม memory ของ server ในองค์กรให้หน่อย ให้รองรับไปสามปี ไม่ต้องนั่งเทียนมั่วข้อมูลอีกต่อไปแล้วครับ ใช้โปรแกรม SNM ดูแนวโน้มการใช้งาน memory ซะ ประกอบกับข้อมูลอื่นๆ อีกนิดหน่อยเช่นแนวโน้มการเพิ่ม user ของระบบ อะไรทำนองนี้ คุณก็สามารถมีผลสรุปทางวิทยาศาสตร์ ให้เจ้านายคุณได้ สามารถอ้างที่มาที่ไปได้ด้วย ได้หน้าอีก (หรือเจ้านายได้หน้าไปเนี่ย)
คนที่เคยสัมผัสโปรแกรมพวกนี้ บางคนอาจนึกในใจว่า ก็รู้ว่ามันดี มีขายเยอะ แต่แพงถึงแพงมาก ไม่มีปัญหาซื้อมาใช้หรอก ผมอยากจะบอกว่า นั่นมันเมื่อสิบปีที่แล้วครับ ยุคนี้เป็นยุค Open Source มีโปรแกรม Open Source SNM ระดับเทพอยู่หลายตัว เช่น Zenoss, Nagios, Cacti, OpenNMS, Hyperic, Groundwork แต่ละตัวก็มีจุดดีจุดด้อยแตกต่างกันไป
รู้อย่างงี้แล้ว จะไม่ลองหา Open Source SNM มาติดตั้งใว้ใช้งานในบริษัท กันบ้างหรือครับ...
Experience in Open Source Software by Siwat
รวมรวมบทความ ที่มาจากเรื่องจริง ประสบการณ์จริง ในการทำงาน ที่เกี่ยวข้องกับ Open Source Software
google analytic
ทักทายกันหน่อย
ไม่ต้องแปลกใจนะครับ ที่บางบทความหาเนื้อหาไม่เจอ เพราะผมตั้งหัวข้อไว้ยั่วน้ำลายคนอ่าน
แต่ถ้าอยากอ่านบทความไหนเป็นพิเศษ ส่ง SMS โหวตกันเข้ามาครับ คิดครั้งละสามบาท ... ล้อเล่นหนะครับ แค่แสดงความคิดเห็นเข้ามาก็พอครับ ถ้ามีคนสนใจเยอะ ผมจะเขียนแซงคิวให้เลย
ตอนนี้ยังอยู่ในระหว่างการเพื่มบทความครับ อดใจรอสักนิด
แต่ถ้าอยากอ่านบทความไหนเป็นพิเศษ ส่ง SMS โหวตกันเข้ามาครับ คิดครั้งละสามบาท ... ล้อเล่นหนะครับ แค่แสดงความคิดเห็นเข้ามาก็พอครับ ถ้ามีคนสนใจเยอะ ผมจะเขียนแซงคิวให้เลย
ตอนนี้ยังอยู่ในระหว่างการเพื่มบทความครับ อดใจรอสักนิด
ถึงเวลานับ hardware asset ประจำปีอีกแล้ว (เบื่อโว้ย) (OCS Inventory-NG ภาค 2)
สำหรับคนในแผนกไอที นอกเหนือจากงานประจำวันที่ต้องคอยรบกับยูสเซอร์แล้ว งานประจำปีที่น่าเบื่ออีกอย่าง คือการนับ asset ประจำปี ต้องคอยเช็คเครื่องคอมในบริษัทว่าหายไปไหนบ้าง ไปอยู่ตรงไหนบ้าง แล้วที่มันยุ่งกว่าสินทรัพย์ในบริษัทอย่างอื่น ก็คือเครื่องคอมพิวเตอร์มันมีชิ้นส่วนข้างในที่ถอดเปลี่ยนได้เช่นเมมโมรี่ ซีพียู ฮาร์ดดิสก์ ดีวีดี การ์ดแลน ปีนึงเปลี่ยนไปไม่รู้กี่รอบ เสียกันอยู่นั่นแหละ แค่ต้องคอยเปลี่ยนมันก็ยุ่งอยู่แล้ว จะต้องมานั่งเปิดฝาเครื่องที่ละเครื่องแล้วนับ asset เหรอ ไม่อยากทำกันหรอกครับ
ก็น่าเห็นใจพนักงานแผนกไอทีอยู่นะครับ แต่เอ... เราจะลดงานตรงนี้ได้อย่างไร ที่จริง ผมเคยพูดถึง Open Source Software ที่ชื่อ OCS Inventory NG ไปแล้ว ตัวนี้แหละครับ เอามาช่วยได้ โปรแกรมนี้นอกจากจะทำหน้าที่รวมรวมข้อมูลของโปรแกรมที่ลงในเครื่องคอมพิวเตอร์ในบริษัท (software inventory) แล้วมันยังทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับตัว hardware ที่มีในคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่อง hardware inventory) ได้ด้วยครับ
โดยเราต้องมี server กลางหนึ่งตัว ติดตั้งโปรแกรม OCS Inventory NG ส่วน Server เสร็จแล้ว ที่คอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องที่เราต้องการเก็บข้อมูล เราต้องลงโปรแกรมตัวเล็กๆ เรียกว่า agent ตัวโปรแกรม agent นี้จะส่งข้อมูลทั้งหมด ทั้ง hardware และ software มาเก็บไว้ที่เครื่อง server ซึ่งทำให้เราสามารถดึงข้อมูลของเครื่องทุกเครื่องในบริษัทมาทำรายงานสรุป ในรูปแบบที่ต้องการได้
ที่ผมประทับใจมากก็คือโปรแกรม agent สามารถเห็นข้อมูลของเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ถึงระดับ BIOS ได้เลย ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเป็น harddisk ก็เห็น ยี่ห้อ รุ่น ความจุ ถ้าเป็น memory จะเห็นเลยว่าเครื่องแต่ละเครื่องมีเมโมรี่เสียบอยู่แล้วกี่แผง แต่ละแผงเป็นชนิดไหน ความเร็ว ความจุเท่าไหร่ และที่ผมชอบมากคือโปรแกรมนี้รู้ถึงว่าในเครื่องมี PCI slot กี่อัน แต่ละอันเป็นชนิดไหน ทำให้เรารู้ข้อมูลโดยที่ไม่ต้องเดินไปขันน้อตเปิดเครื่อง(แล้วนั่งงงเลย) นี่แค่ตัวอย่างนะครับ
และแน่นอนครับ พอเป็น open source ก็ไม่มีค่า license มาเกี่ยว(แต่ต้องลงแรงติดตั้งโปรแกรมนะ) ประหยัดงบ ได้งานด้วย ทีมไอที่ของบริษัทไหนสนใจ ลองไปหามาใช้ดูนะครับ แล้วชีวิตจะมีความสุขขึ้นเยอะ เอาเวลาที่เหลือ ไปคิดวิธีรับมือกับยูสเซอร์ดีกว่า
ก็น่าเห็นใจพนักงานแผนกไอทีอยู่นะครับ แต่เอ... เราจะลดงานตรงนี้ได้อย่างไร ที่จริง ผมเคยพูดถึง Open Source Software ที่ชื่อ OCS Inventory NG ไปแล้ว ตัวนี้แหละครับ เอามาช่วยได้ โปรแกรมนี้นอกจากจะทำหน้าที่รวมรวมข้อมูลของโปรแกรมที่ลงในเครื่องคอมพิวเตอร์ในบริษัท (software inventory) แล้วมันยังทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับตัว hardware ที่มีในคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่อง hardware inventory) ได้ด้วยครับ
โดยเราต้องมี server กลางหนึ่งตัว ติดตั้งโปรแกรม OCS Inventory NG ส่วน Server เสร็จแล้ว ที่คอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องที่เราต้องการเก็บข้อมูล เราต้องลงโปรแกรมตัวเล็กๆ เรียกว่า agent ตัวโปรแกรม agent นี้จะส่งข้อมูลทั้งหมด ทั้ง hardware และ software มาเก็บไว้ที่เครื่อง server ซึ่งทำให้เราสามารถดึงข้อมูลของเครื่องทุกเครื่องในบริษัทมาทำรายงานสรุป ในรูปแบบที่ต้องการได้
ที่ผมประทับใจมากก็คือโปรแกรม agent สามารถเห็นข้อมูลของเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ถึงระดับ BIOS ได้เลย ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเป็น harddisk ก็เห็น ยี่ห้อ รุ่น ความจุ ถ้าเป็น memory จะเห็นเลยว่าเครื่องแต่ละเครื่องมีเมโมรี่เสียบอยู่แล้วกี่แผง แต่ละแผงเป็นชนิดไหน ความเร็ว ความจุเท่าไหร่ และที่ผมชอบมากคือโปรแกรมนี้รู้ถึงว่าในเครื่องมี PCI slot กี่อัน แต่ละอันเป็นชนิดไหน ทำให้เรารู้ข้อมูลโดยที่ไม่ต้องเดินไปขันน้อตเปิดเครื่อง(แล้วนั่งงงเลย) นี่แค่ตัวอย่างนะครับ
และแน่นอนครับ พอเป็น open source ก็ไม่มีค่า license มาเกี่ยว(แต่ต้องลงแรงติดตั้งโปรแกรมนะ) ประหยัดงบ ได้งานด้วย ทีมไอที่ของบริษัทไหนสนใจ ลองไปหามาใช้ดูนะครับ แล้วชีวิตจะมีความสุขขึ้นเยอะ เอาเวลาที่เหลือ ไปคิดวิธีรับมือกับยูสเซอร์ดีกว่า
จะแน่ใจ ได้อย่างไรว่าเครื่องในองค์กรคุณไม่มี software ผิดกฏหมาย หรือจะให้ BSA ช่วยบอก (OCS Inventory NG ภาค 1)
ปัญหาอย่างหนึ่งของผู้บริหาร IT ในปัจจุบัน คงหนีไม่พ้นเรื่อง software ลิขสิทธ์กัน อุตสาห์ทำตัวเป็นคนดีลงทุนซื้อ license ของ software มา ตอนแรกคิดว่าคงหมดปัญหาเรื่องนี้ไปเสียที BSA คงไม่มาตรวจจับ software ที่บริษัทกันอีกแล้ว ที่ไหนได้ลืมนึกไปว่า พนักงานเองสามารถลงโปรแกรมเองที่เครื่องได้ (user สมัยนี้ไม่โง่นะ แถมถือคติ คอมที่บ้านใว้ใช้งาน คอมที่ทำงานไว้ลองวิชา มีปัญหาเรียกฝ่าย IT มาแก้) ไม่รู้วันดีคืนดีนึกสนุกอยากลองอะไรเล่น ไปโหลดโปรแกรมเถื่อนมาลงบนเครื่องที่บริษัทก็ทำได้ ด้านฝ่าย IT จะแก้เกมกลับ โดย lock ไม่ให้คนใช้ลงโปรแกรม ก็มีปัญหาตามมาอีกเพียบ (สรุปคือทำไม่ได้) ครั้นจะไปเดินตรวจตามเครื่อง หรือสุ่มตรวจ ก็ไม่ว่างขนาดนั้น ทำยังไงดีหละเนี่ย
คำแนะนำของผมก็คือ หาโปรแกรมพวก software inventory มาใช้ ครับ โปรแกรมพวกนี้ จะดึงข้อมูล software ที่ลงไว้ (รวมไปถึงข้อมูลของระบบปฏิบัติการด้วย) จากเครื่องทุกเครื่องที่เราต้องการ ผ่านระบบ network มาเก็บไว้ที่ตัวโปรแกรม ทำให้เราสามารถเอาข้อมูลนี้ มาทำการวิเคราะห์ได้ว่า มีเครื่องไหนบ้าง ลง(หรือเผลอลง) โปรแกรมที่เราไม่ได้อนุญาตไว้
ผู้บริหาร IT บางท่าน อ่านมาถึงตรงนี้ อาจนึกด่าผมในใจว่า เรื่องนี้ ตรูรู้มาตั้งนานแล้ว(โว้ย) แต่ไม่มีงบซื้อ.... อันนี้ผมก็เข้าใจครับ เลยอยากจะแนะนำให้ใช้ Open Source Software ตัวนึงครับ ชื่อ OCS Inventory-NG (www.ocsinventory-ng.org)
โปรแกรมตัวนี้ ทำได้อย่างที่กล่าวมาข้างต้นเลยครับ ทำให้เรามีข้อมูลว่า เครื่องในบริษัทของเราแต่ละเครื่องมีโปรแกรมอะไรลงไว้บ้าง
และถ้ามีความสามารถ(แบบผม) เราก็เขียนโปรแกรมเพิ่ม ให้ดึงข้อมูลที่ OCS Inventory-NG เก็บ
ไว้ มาสรุปให้เราได้เลยว่า มีเครื่องไหนบ้าง มีโปรแกรมที่เราไม่อนุญาตติดตั้งไว้ ตรงนี้หลายคนถึงบ้างอ้อเลยครับ พอทำเป็นโปรแกรมได้ จะเรียกใช้โปรแกรมเพิ่มที่ว่านี้ วันละกี่เที่ยวก็ได้ หรือถ้าขี้เกียจมากๆ (แบบผม :) ) ไม่ต้อง run ครับ เขียนโปรแกรมนี้ให้มันส่ง email ถ้าพบว่ามีโปรแกรมที่ไม่อนุญาต ซะเลย ตั้งเวลาให้มันทำงานอัตโนมัติทุกวัน เท่านั้นแหละครับ โอ้ สวรรค์ .....
สรุปก็คือ ไม่ต้องซื้อ Inventory software แพงๆ ใช้ OCS Inventory-NG (ของฟรี ดีด้วย) พร้อมกับเขียนโปรแกรมเพิ่มอีกสักหน่อย เท่านี้ คุณก็หมดห่วง เรื่อง BSA ไปอีกเรื่องแล้วครับ เอาเวลาไปทำอย่างอื่นที่มีสาระดีกว่า
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



